ตำรวจทหารทลายบ่อนไก่ชนรวบนักพนันเกือบร้อย

ตำรวจนนทบุรี สนธิกำลังทหาร บุกจับบ่อนไก่ชน รวบนักพนันเกือบ 100 ราย พร้อมของกลางหลายรายการ

พ.ต.อ.ปรีชา มาเจริญ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วย ร.อ.ปฐมพงษ์ ชูเมือง ผู้บังคับกองร้อย ปตอ.พัน 7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง สภ.ไทรน้อย และ อส.กว่า 50 นาย สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันชนไก่ บริเวณซอยโพธิทอง 1 ถนนเลียบคลองบางไผ่ หมู่ 3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะบ้านไม้ 2 ชั้นไม่มีเลขที่ ในเนื้อประมาณ 1ไร่ ได้เปิดทำเป็นสนามชนไก่ หรือบ่อน เมื่อทางเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงพบนักพนันกว่า 100 คน กำลังเชียร์ไก่ชนอย่างสนุกสนาน

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมบรรดานักเลงไก่ชน ได้พยายามวิ่งหลบหนีไปอย่างทุลักทุเลคนละทิศละทาง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 85 คน และยึดของกลางเป็นไก่ชน จำนวน 14 ตัว พร้อมสุ่มไก่ จึงได้นำตัวนักพนันทั้งหมดไปส่งมอบให้ ร.ต.ท.วรุตม์ พรมลาย พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจหาดใหญ่บุกจับบ่อนการพนันโปปั่น

เมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้ (4 ก.พ. 59) กำลังตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำโดย พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ และ พ.ต.ท.ฉัตรเฉลิม วันธงชัย สารวัตรสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษภาค 9 และตำรวจชุดสืบสวนภาค 9 รวมประมาณ 30 นาย บุกทลายบ่อนโปปั่นกลางป่าสวนยาง พื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านหน้าควน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังสืบทราบว่ามีการเปิดลักลอบการเล่นพนันโปปั่น และขณะที่เจ้าหน้าที่บุกจับกุมปรากฎว่าเซียนพนันหลายสิบคน ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มหน้าเล่นพนันโปปั่น ได้เห็นเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาต่างพากันตกใจวงแตกแยกย้ายวิ่งหนีกระเจิงเข้าป่า โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมนักพนันทั้งชายและหญิงรวม 13 คน แยกเป็นชาย 5 คน และหญิง 8 คน ส่วนคนที่เหลือวิ่งหนีรอดไปได้

โดยตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย เงินสด 1,300 บาท กระดาษจดเคล้า 3 แผ่น โต๊ะพับ 1 ตัว เก้าอี้ 7 ตัว ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีลักลอบเล่นการพนัน (โปปั่น) เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ พร้อมทหารและฝ่ายปกครองได้บุกจับบ่อนการพนันมาแล้ว 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 145 คน และยึดเงินสดมูลค่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของเงินสดทาง ปปง. ได้ยึดเอาไว้เพราะไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ผบ.ตร.กำชับกวดขั้นบ่อนการพนันหลังทหารบุกจับ

ผบ.ตร. สั่งกำชับกวดขันการลักลอบเล่นการพนัน หลังทหารบุกจับบ่อนย่านพระโขนง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ ให้กวดขันจับกุมการลักลอบเล่นการพนันในทุกรูปแบบ ส่วนกรณีที่มีทหารได้ทำการจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่ สน.พระโขนง สามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นพนันทายผลฟุตบอลเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต 19 คน พร้อมยึดอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ เงินของกลาง 8,395 บาท โพยฟุตบอล 274 ใบ ยอดเงินในโพย 70,495 บาทนั้น สั่งการให้ บช.น. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลเบื้องต้นแล้ว รวมทั้งได้มีคำสั่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันปราบปรามอบายมุขด้วย หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยปละละเลย หรือร่วมกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและกฎหมายอย่างเฉียบขาด

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันสอดส่อง มิให้มีการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอล หากพบเห็นการลักลอบเล่นการพนัน หรือต้องการแจ้งเบาะแส ข้อมูลต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการรักษาความสงบเรียบร้อย สามารถแจ้งมายังหมายเลขโทรศัพท์ 191 และสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

แม่ทนไม่ไหว ลูกติดการพนัน ตร.ก็ไม่ช่วย ถือน้ำมันจะเอาไปเผาบ่อน วอน’บิ๊กตู่’ช่วย

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 17 มีนาคม ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารที่รักษาการณ์บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล พบผู้หญิงคนหนึ่งเดินถือแกลลอนน้ำมันจึงเข้าไปพูดคุยและได้นำตัวไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล และจากการสอบถามผู้หญิงคนดังกล่าวอายุ 51 ปี (ขอสงวนชื่อเพื่อความปลอดภัย) เป็นประชาชน เดินทางมาจาก อ.มหาชัย จ.สมุทรสงคราม เพื่อมาตามหาลูกชายที่หายตัวออกจากบ้านไปและต้องการร้องเรียนให้รัฐบาลและ คสช.ช่วยปิดบ่อนการพนัน

โดยผู้หญิงคนดังกล่าวเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนลูกชายคนเดียวของตัวเอง อายุ 31 ปี (ขอสงวนชื่อ) หายไปจากบ้าน และก็ทราบว่าลูกชายหายไปเล่นการพนันในบ่อนที่ กทม. ตนจึงเดินทางตามหาด้วยการนั่งรถเมล์มาจากมหาชัยเข้า กทม. โดยจุดแรกมาตามหาที่บ่อนการพนันที่ย่านปิ่นเกล้า ก็ไม่สามารถเข้าไปข้างในบ่อนได้ และถูกทำร้ายจากคนคุมบ่อน โดยนำหัวตนโขกกับพื้น และขู่ว่าหากมาอีกจะได้อยู่ในน้ำใต้สะพานปิ่นเกล้า เมื่อรอดมาได้จึงไปแจ้งความกับตำรวจ สน.บางยี่ขัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความและกล่าวหาว่าตนสติไม่ดี และปรากฏว่ามีคนจากบ่อนตามมาทำร้ายร่างกายและขู่ว่าหากยังไปแจ้งความอีกจะเอาชีวิต และสัปดาห์นี้จึงไปตามหาลูกชายอีกครั้งที่บ่อนย่านเทเวศร์ ซึ่งตนก็ไม่รู้จักบ่อนมาก่อน แต่ถามคนแถวนั้นเขาก็ชี้ว่าบ่อนอยู่ตรงไหน ตนก็ไปแต่ไม่สามารถเข้าไปได้ และเข้าแจ้งความ ที่ สน.ชนะสงคราม ให้ไปจับบ่อนการพนัน แต่ตำรวจก็ไม่สนใจ

“มีคนแนะนำให้มาร้องเรียนกับนายกฯที่นี่ และด้วยความโมโหว่าตำรวจไม่สนใจ จึงไปปั๊มน้ำมันแถวทำเนียบไปซื้อน้ำมันเบนซินจะเอาไปเผาบ่อน เพราะถ้าไม่มีบ่อนลูกชายจะได้กลับบ้าน แต่ป้ามีเงินแค่ 41 บาท ซื้อน้ำมันไม่ได้ เพราะค่าแกลลอนก็ 30 บาทแล้ว จึงไปขอเงินกับแม่ค้าแถวนั้นจำนวน 11 บาท เพื่อจะได้ซื้อน้ำมัน 1 ลิตร แม่ค้าก็ให้เงินมา แต่เมื่อซื้อน้ำมันได้แล้ว ป้าก็ลืมไปว่าไม่มีไฟแช็ก จึงไปขอเงินจากวินมอเตอร์ไซค์แถวนั้น 8 บาท เขาให้มา 10 บาท ป้าซื้อไฟแช็ก 8 บาท เหลือ 2 บาทก็เอาเงินทอนไปคืนเขา เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรป้า ป้าบอกว่าป้าขอแค่ 8 บาทพอ และวินก็ถามว่าเอาน้ำมันไปทำอะไร ป้าก็บอกเขาไปว่า ป้าจะเอาไปเผาบ่อน แต่พอถือแกลลอนน้ำมันก็ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเรียกมาคุยเสียก่อน” ผู้หญิงคนดังกล่าวบอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวจึงขอยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้จัดการกับบ่อนการพนัน ให้หมดไปจากสังคม พร้อมเขียนแผนที่ระบุพิกัดของบ่อนต่างๆ ที่ตนไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการแต่กลับไม่ได้รับความสนใจ ทั้งนี้ ผู้หญิงคนดังกล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ได้นำน้ำมันมาเผาตัวเองหรือเผาทำเนียบรัฐบาลแต่อย่างใด แต่ต้องการเผาบ่อนการพนันจริงๆ ส่วนบ่อนการพนันทั้งสองแห่งตนไม่เคยเข้าและไม่รู้จักมาก่อน แต่สอบถามจากเพื่อนของลูกชายที่เคยเข้าไปเล่น

ปลดล็อค กัญชง!! ครม.ไฟเขียว กำหนดโซนนิ่งปลูกได้ใน 6 จังหวัด

ครม.ไฟเขียวปลูกกัญชง ใน 6 จังหวัดเหนือ หวังเป็นประโยชน์ทางอุตสาหกรรม-การแพทย์ เริ่มปี 2560 ขณะที่ ‘กระท่อม-กัญชา’ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

วานนี้ (27 ธ.ค. 59) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ปลูกพืชกัญชงได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเปิดพื้นที่โซนนิ่งให้ปลูกได้ใน 6 จังหวัด รวม 15 อำเภอ ที่ภาคเหนือของไทย จะเริ่มดำเนินการในปี 2560
ซึ่งนายศิรินทร์ยา ได้กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ครม. อนุมัติให้ปลูกกัญชงได้ในประเทศนั้น เป็นเพราะเห็นว่ากัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาร (ทีเอชซี) ไม่เกิน 1% เท่านั้น หากตรวจพบเกินค่าที่กำหนดจะเข้าข่ายมีความผิดทันที

ส่วนอนุญาตให้ปลูกพืชกระท่อมเสรีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาประกอบให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายเปิดช่องให้สามารถนำมาใช้ในบ้าน เช่น การเคี้ยว หรือต้ม ในส่วนของกัญชายังมีความเห็นขัดแย้งอยู่ เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ แต่ก็มีอันตรายจากสารที่เป็นตัวอนุพันธ์ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน
สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้นั้น ประกอบด้วย

อ.แม่วาง อ.แม่ริม อ.สะเมิง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
อ.เทิง อ.เวียงป่าเป้า อ.แม่สาย จ.เชียงราย
อ.นาหมื่น อ.สันติสุข อ.สองแคว จ.น่าน
อ.พบพระ จ.ตาก
อ.หล่มเก่า อ.เขาค้อ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

เมืองคอนฝนตกหนัก-น้ำป่าหลากอุทยานเขาหลวงปิดน้ำตก

.นครศรีฯอ่วมน้ำป่าหลากรุนแรงอีกครั้ง อุทยานแห่งชาติเขาหลวง สั่งปิดน้ำตกทุกแห่ง ด้านผู้ว่าฯ แจ้งเตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังภัย ขณะที่เทศบาลเริ่มท่วมแล้ว 10 – 15 ซม. เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมหากระดับน้ำเพิ่มขึ้น อพยพประชาชน

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เฝ้าติดตามมวลน้ำป่าจำนวนมหาศาลที่หลากลงมาจากต้นน้ำตกพรหมโลก อย่างรุนแรงหลายชั่วโมงติดต่อกัน โดยมีสภาพน้ำมีสีคล้ำ และมีระดับสูงกว่ามวลน้ำป่าระลอกช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

นายวิกรานต์ ทั่วด้าว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ได้เข้าติดตามสถานการณ์ของมวลน้ำป่าในพื้นที่ โดยระบุว่ามวลน้ำระลอกนี้ มีเป็นจำนวนมาก และที่น่าเป็นห่วงคือทุกพื้นที่ชุ่มอิ่มน้ำหมดแล้ว ดังนั้น มวลน้ำระลอกใหม่นี้จะสร้างภาวะอุทกภัยในพื้นที่รับน้ำได้อีกครั้ง โดยขณะนี้ได้แจ้งเตือนส่วนราชการให้ระวังมวลน้ำระลอกนี้ เนื่องจากแนวเทือกเขายังคงมีฝนตกอย่างหนักและต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ดังนั้น น้ำจึงยังหลากอีกมหาศาล และขณะนี้ได้มีการประกาศปิดน้ำตกทุกแห่งโดยรอบอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เป็นเวลา 5 วัน เนื่องจากอาจเกิดอันตรายกับผู้มาเที่ยวชมได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม พบว่ามวลน้ำก้อนนี้ได้หลากลงมาส่งผลกระทบกับหลายหมู่บ้านใน ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช แล้ว โดยน้ำได้บ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งสวนผลไม้ สวนยางพารา ประชาชนได้ช่วยกันอพยพสิ่งของหนีมวลน้ำก้อนนี้แล้ว ขณะที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ในบริเวณรับมวลน้ำจากต้นน้ำบริเวณนี้ได้เตรียมรับสถานการณ์ด้วยการเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้รองรับแล้วเพื่อป้องกันบริเวณนิรภัยการบิน

กองปราบจับบ่อนพนันออนไลน์

มื่อวันที่ 22 พ.ค.58 พ.ต.อ. อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการผู้บังคับการปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง นำหมายค้น ศาลอาญารัชดา เลขที่ 121/2558 ลงวันที่ 22 พ.ค. 58 เข้าตรวจค้นห้องพักคอนโด ที่ ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง หลังสืบทราบว่าลักลอบเปิดรับแทงพนันกีฬาออนไลน์ จากการตรวจสอบพบชายชาวเกาหลี 7 คน จึงเข้าควบคุมตัวไว้สอบสวน พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 5 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง ซึ่งกำลังเปิดหน้าเว็บไซต์ต่างประเทศที่รับแทงพนันผลการแข่งขันกีฬา

พ.ต.อ.อัคราเดช ฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าห้องดังกล่าวมีชายชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่หลายคน แต่ทุกคนกลับไม่ยอมออกจากห้องนานหลายวัน ต้องสงสัยว่าจะทำเรื่องผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจึงร่วมกับสน.ห้วยขวาง นำกำลังเข้าสืบหาข้อมูล จนกระทั่งพบว่าห้องดังกล่าวลักลอบเปิดรับแทงพนันออนไลน์ จากนั้นจึงขออนุญาตศาลออกหมายค้นก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบในวันนี้ จนกระทั่งสามารถจับกุม ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชายชาวเกาหลีได้ 7 คน เปิดไว้สำหรับรับแทงพนันฟุตบอล และกีฬาต่างๆ ในประเทศเกาหลี มีเงินหมุนเวียนถึงเดือนละ 30-90 ล้านบาท “

ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังได้สับเปลี่ยนเช่าห้องพักในคอนโดมิเนียมหรู ย่านใจกลางเมืองมาแล้วหลายที่นานกว่า 3 ปี สำหรับลูกค้าที่แทงพนันส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี จากการสอบสวนผู้ต้องหายังไม่ยอมให้การอะไร เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาลักลอบเปิดบ่อนการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งสน.ห้วยขวาง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สถานทูต ให้ทราบเรื่อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แจ้ง ตร.ไม่ได้ผล! ร้องทหารบุกทลายบ่อนไฮโลเล่นท้ากฎหมายกลางหมู่บ้าน

ร้อยเอ็ด – ตบหน้าตำรวจท้องที่ฉาดใหญ่! ทหารจู่โจมบุกรวบผีพนันไฮโล ปูเสื่อเล่นกลางหมู่บ้านท้าทายกฎหมาย ได้ผู้ต้องหา 9 คน ของกลางเงินสด 18,000 บาท พร้อมของกลางอีกเพียบ เผยเจ้ามือและผู้เล่นส่วนหนึ่งมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ข้ามมาเปิดบ่อนเล่นในเขตร้อยเอ็ด ชาวบ้านแฉเคยแจ้งตำรวจมาจับแต่ไหวตัวหลบหนีได้ทันก่อนตำรวจมาถึงทุกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 มี.ค.) พล.ต.สถาภรณ์ ใบพลูทอง ผบ.มทบ.27/ผบ.กกล.รส.จว.ร.อ.(กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดร้อยเอ็ด) ได้สั่งการให้ พ.ต.เหรียญทอง ยางเงิน นำกำลัง ชป.พิเศษ กกล.รส.จว.ร.อ.10 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น สถานที่ ที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการเปิดให้มีการลักลอบการพนันไฮโล ที่บ้านเลขที่ 19 ม.9 ต.บุ่งเลิศ อ.เมยวดี จว.ร.อ.ที่เป็นบ้านของนายไพศาล ใจคง อดีตข้าราชการครู หลังบุกจู่โจมจับกุมแล้วได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่เข้าควบคุมตัวส่งดำเนินคดี

ผลการปฏิบัติจู่โจมครั้งนี้เจ้ามือและผู้เล่นอีก 2 คนสามารถหลบหนีไปได้ สามารถจับกุมได้แต่ผู้เล่นได้จำนวน 9 คน เป็นชาย 5 คนเป็นหญิง 4 คน โดยมีนางอำไพ ใจคง รับเป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่น จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางเงินสด 18,000 บาท, ลูกเต๋า 27 ลูก, แผ่นบอกแต้มไฮโล 3 แผ่น, ถ้วยไฮโลพร้อมฝาครอบ 2 ชุด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่าร่วมกับคนที่เป็นเจ้ามือซึ่งหลบหนีไป ได้ร่วมกันในการกระทำผิด จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง ร.ต.อ.ราเชนทร์ ชมศรีวรรณ พงส.สภ.เมยวดี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.เหรียญทอง ยางเงิน หัวหน้าชุดทหารที่เข้าจับกุมกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนจากแหล่งข่าว บ้านหลังดังกล่าว มีการเปิดให้เล่นการพนันไฮไลทั้งวันทั้งคืนมาโดยตลอด และมักส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญใชาวบ้านมากเพราะเล่นอยู่กลางหมู่บ้าน เคยแจ้งตำรวจมาจับแต่กลุ่มคนพวกนี้ก็ไหวตัวเลิกเล่นหลบหนีได้ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงทุกครั้ง และเป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้ามือและผู้เล่นส่วนหนึ่ง เป็นผู้เล่นและเดินทางมาจาก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่ข้ามมาเปิดบ่อนเล่นไฮโลในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด

การรถไฟฯ เปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางเดินรถสายใต้ประจำวันที่ 4 – 5 มกราคม

การรถไฟฯ ชี้แจงสถานการณ์ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางเดินรถสายใต้ประจำวันที่ 4 – 5 มกราคม 2560 หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่

ทางแฟนเพจ ทีม พีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยชี้แจงสถานการณ์การปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางเดินรถสายใต้ ประจำวันที่ 4 – 5 มกราคม 2560 หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทำให้ขบวนรถเส้นทางสายใต้ทุกขบวนสามารถเปิดเดินถึงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดเหมาะสมกับสถานการณ์ และความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้โดยสาร

ดยนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนเกิดปริมาณน้ำฝนสะสมเข้าท่วมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ล่าสุด การรถไฟฯ ได้รับรายงานสถานการณ์นำท่วมประจำวันที่ 4 มกราคม 2560 ว่ายังคงมีฝนตกไหลแรงและปริมาณน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทบต่อการเปิดเดินรถในบางส่วน และคาดว่าสถานการณ์ฝนตกและระดับน้ำยังไม่ลดจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2560 ดังนั้น การรถไฟฯ ขอชี้แจงสถานการณ์การเปิดให้บริการเดินรถ และการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของรถไฟในเส้นทางสายใต้ในวันที่ 4-5 มกราคม 2560 เพื่อให้เกิดเหมาะสมกับสถานการณ์และความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสารโดยขบวนรถในเส้นทางสายใต้ทุกขบวนสามารถเดินรถได้ถึงสถานีชุมทางทุ่งสงเท่านั้น

ทั้งนี้ จากการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทาง ส่งผลให้ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพ-ตรัง-กรุงเทพ ขบวนรถเร็วที่ 167/168 กรุงเทพ-กันตัง-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ขบวนรถเร็วที่ 173/174 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37/38 กรุงเทพ-สุไหงโกลก-กรุงเทพ ขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพ-สุไหงโกลก-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 กรุงเทพ-ชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 41/42 กรุงเทพ-ยะลา-กรุงเทพ และขบวนรถเร็วที่ 169/170 กรุงเทพ-ยะลา-กรุงเทพ ที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 4 – 5 มกราคม 2560 จะสิ้นสุดปลายทางที่สถานีชุมทางทุ่งสง

สำหรับ ผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไปยังจังหวัดต่างๆทางภาคใต้แล้ว การรถไฟฯ จะนำรถยนต์ไปอำนวยความสะดวกขนส่งผู้โดยสารจากสถานีชุมทางทุ่งสงส่งไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป หากผู้โดยสารที่ไม่ประสงค์จะเดินทางสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าโดยสารได้เต็มราคานายวุฒิชาติฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้สั่งการให้ฝ่ายการช่างโยธาเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยขอให้พนักงาน-เจ้าหน้าที่บำรุงทางตรวจทางและเฝ้าระวังตรวจสอบระดับน้ำตลอดเวลา พร้อมเตรียมแรงงาน เครื่องมือบำรุงทาง เครื่องกลบำรุงทางหนัก และรถอัดหินให้มีความพร้อมประจำในที่ตั้ง

“การรถไฟฯ ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และมาตรการด้านความปลอดภัยอำนวยการเดินรถเส้นทางสายใต้อย่างเต็มกำลัง เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแก่พี่น้องประชาชนคนไทยสูงสุด แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ ตรวจสอบและติดต่อสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่สายด่วน โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง”

ลุ่มน้ำตาปี จ.สุราษฎร์ฯยังท่วม 6 อำเภอ บางจุดสูง 3 ม.

บริเวณลุ่มน้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี ยังท่วม 6 อำเภอ บางจุดสูงกว่า 3 เมตร กองทัพเรือส่งเรือผลักดันน้ำช่วย

นายจำนงค์ วงษ์สวัสดิ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ปัจจุบันพื้นที่ 6 อำเภอ ลุ่มแม่น้ำตาปี ใน จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงประสบภาวะน้ำท่วม ประกอบด้วย อ.พระแสง, เคียนซา, บ้านนาสาร, เวียงสระ,บ้านนาเดิม และ พุนพิน วัดระดับสูงสุดในจุดลุ่มต่ำได้ประมาณ 3 เมตร แม้ว่าฝนจะหยุดตกแล้วแต่พบว่ามวลน้ำที่ไหลผ่านลุ่มน้ำดังกล่าวยังมีมาก โดยเฉพาะ 3 อำเภอ คือเคียนซา, บ้านนาสาร และ บ้านนาเดิม

จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าภายใน 4 วัน ระดับน้ำที่ท่วมขังบนถนนสายต่าง ๆ น่าจะลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ทางจังหวัดได้ประสานขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือ เบื้องต้นได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำเข้ามาติดตั้งใน อ.พุนพิน คาดว่าจะช่วยเร่งผลักดันมวลน้ำมหาศาลลงทะเลได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ประสบภัยยังคงต้องการความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก ซึ่งสิ่งที่ ปภ.มีความประสงค์จะขอรับการสนับสนุนคือ อาหารกล่องปรุงสำเร็จ และ น้ำดื่มสะอาด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านต่อไป