ตลาดน้ำอัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา เที่ยวตลาดน้ำยามเย็น

ตลาดน้ำอัมพวา เที่ยวตลาดน้ำยามเย็น

เที่ยวตลาดน้ำยามเย็น
เที่ยวตลาดน้ำยามเย็น

ป็นตลาดน้ำที่มาแรงแซงฮิตที่สุดของชาติไทย เป็นตลาดที่แปลกกว่าใครเพื่อนคือที่อื่นเขาเปิดเช้าตรู่ไปวายตอนบ่ายๆ ที่นี่เปิดบ่ายๆ ไปวายตอนดึก พิลึกดีแท้ แต่มีมนต์เสน่ห์อันงดงามอย่างคาดไม่ถึง

เหมือนอย่างตรงเชิงสะพานเตาปูน แถวบางซื่อ มีร้านก๋วยจั๋บจ้าหนึ่งขายในห้องแถวข้างสะพาน คนเยอะมาก เพราะอร่อยเด็ด หมูกรอบนี่กรอบน่ากิน อยากกินของอร่อยมากๆ ก็ต้องรอนานหน่อย กินยากสักหน่อย เหมือนกันครับ อัมพวาวันนี้เปรียบเหมือนหญิงงามกำลังขายพวงมาลัยดอกมะลิ หนุ่มๆ ก็เข้าคิวซื้อเป็นธรรมดา ซื้อไม่ซื้อเปล่า ยังใช้คารมชมว่าน้องงามโต้ตอบกันนานก่อนจะจากไป เราก็รอเวลาสักหน่อย เพื่อที่จะเข้าใกล้คนงามขายดอกมะลิคนนี้บ้าง

บรรยากาศยามเย็น เริ่มคึกคื้น
บรรยากาศยามเย็น เริ่มคึกคื้น

บรรยากาศยามเย็น เริ่มคึกคื้น

มาถึงที่นี่สักหกโมงเย็น ถึงแล้วก็สั่งอาหารทานแถวนี่ จะนั่งทานริมคลองก็ได้ สั่งอาหารจากในเรือมาทาน เขามีหมด ทั้งก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ข้าวต้ม ข้าวแห้ง กุ้งย่าง หมึกย่าง หอยย่าง ฯลฯ ราคามีตั้งแต่ 15 บาท ไปจนถึง 120 บาท (หมึกย่าง) ทานให้อิ่มไปเลย แล้วนั่งชมวิวริมคลองมองไปเห็นแม่น้ำแม่กลองสักพัก รอให้ข้าวเรียงเม็ดแล้วเดินไปจองเรือนำเที่ยว ค่าเรือถูกมาก 60 บาท แล้วก็นั่งเรือเที่ยวเสียก่อน อย่าเพิ่งเดินชมตลาด เรือเขาจะพาไปชม “หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู” ก่อนไป ควรหาเพลง “นิทานหิ่งห้อย” ของวงเฉลียงฟังก่อน โดยเข้าไปที่ google.com แล้วพิมพ์คำว่า “นิทานหิ่งห้อย” ฟังเพลงนี้ก่อน จะทำให้คุณเที่ยวที่นี่ได้สุขใจมากขึ้น

นักท่องเที่ยวต่างชาติก็เยอะ
นักท่องเที่ยวต่างชาติก็เยอะ

ถ้าตลาดน้ำอัมพวาไม่มีลำคลองและแม่น้ำที่เต็มไปด้วยหิ่งห้อย เสน่ห์คงลดไปเยอะ เรือยาวลำไม่โตไม่เล็กพาเราสวมเสื้อชูชีพสีล้มฝ่าสายลมยามพลบคำไปตามบ้านเรือนไม้ริมคลองที่เปิดหน้าให้เราชม คนขับเรือจะช่วยบรรยายไปตามทางด้วย ผ่านวัดต่างๆ ยามค่ำนี่วัดยิ่งสวยขึ้นไปอีก บางช่วงก็ผ่านจุดที่ชวนขนลุกซู่ เช่น ผ่านศาลเจ้าเก่าๆ หรือจุดที่สภาพแวดล้อมเหมือนมีผีมาอยู่

หิ่งห้อยยังมีไม่น้อยที่ริมแม่น้ำ
หิ่งห้อยยังมีไม่น้อยที่ริมแม่น้ำ

พ้นอัมพวามาสักนิดก็จะเข้าสู่ชีวิตปกติของชาวบ้าน ที่เขาอยู่ของเขา ไม่ได้เปิดไฟในบ้านให้เราชม แต่นี่คือของจริงที่งดงามและสวย ไม่น้อยกว่าของที่เขาอยากโชว์ เรือจะค่อยๆ ชะลอให้เราดูต้นลำพูที่มีหิ่งห้อยตัวน้อยๆ ส่งแสงสีขาวสีเหลือง มากบ้างน้อยบ้าง แสงไฟจากดวงจันทร์ส่องมาพอให้เห็นสายน้ำ บ้านเรือนและต้นไม้ ทัศนียภาพมันเกินจะห้ามใจ เงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า มีดวงดาวระยิบระยับให้เรามองอย่างจินตนาการไปในยามเด็ก ช่วงเรือวิ่งในลำคลองน้อยๆ คงเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดที่มนุษย์จะสามารถหามากล่อมเกลาจิตใจตนเองให้สงบสบายได้ ต้นลำพูยิ่งใหญ่ขึ้น หิ่งห้อยยิ่งมากขึ้น ยิ่งงดงามขึ้น ผ่านบ้านเรือนเก่าๆ ของชาวบ้านหลังแล้วหลังเล่า เราก็ออกมาสู่แม่น้ำแม่กลองที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ทว่ายังคงความเป็นธรรมชาติอยู่ หิ่งห้อยยังมีไม่น้อยที่ริมแม่น้ำ

ผ่านบ้านหลังใหญ่โตที่เปิดไฟสวย บอกว่านั่นคือบ้านของนายพลทหารเรือท่านหนึ่ง ที่ได้ยินข่าวว่าทำเป็นโฮมสเตย์ให้คนมาพักได้ด้วย เรือผ่านวัดที่มีไฟสว่างไสว ผ่านทิวต้นไม้ ลมเย็นๆ จากทะเลพัดมาให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ สมควรแก่เวลาราวชั่วโมงนิดๆ เรือก็กลับมาสู่แสงสีและความสนุกสนานรื่นเริงของตลาดน้ำดั่งเก่า ลาแล้วเจ้าเอยลำคลองอันงดงาม เงียบสงบ ท้องฟ้าอันมีดาวดวงใจ จันทร์ดวงเหลืองอ่อน หิ่งห้อยตัวกระจิริด แต่ให้ความบันเทิงใจแก่มนุษย์ยิ่งนัก

นั่งเรือมานานก็กลับมาถึงตลาดน้ำ เดินชมตลาดน้ำที่ตอนนี้คนคงน้อยลงไปบ้างแล้ว เดินไปให้ทั่วทั้งสองฝั่ง ผ่านร้านรวงเก่าๆ ขายอาหาร ของใช้ของฝาก ฯลฯ ร้านที่เพิ่งเปิดใหม่เพื่อรับนักท่องเที่ยวก็จะแข่งกันทำร้านให้สวยงาม ร้านที่อยู่มานานก่อนตลาดน้ำจะดังก็ขายไปเรื่อย หากงดงามแบบคนเก่าผู้สงบเงียบและมีกลิ่นอายแห่งความหลังสูง ถ้าเดินผ่านแล้วหิว อยากทานของกินเล่น ลองสั่งหอยเชลล์ย่าง หมึกย่าง มานั่งจิ้มน้ำจิ้มเล่น คงอร่อยไม่น้อยทีเดียว ลองเดินไปให้ไกลๆ จากจุดที่คนอยู่เยอะๆ ไปทางที่ลึกเข้าไปในคลอง ผมว่านั่นแหละคืออัมพวาของจริง ไม่ปรุงแต่ง เขาอยู่อย่างนั้นมานานมากแล้ว เราไปก็ได้เห็นความจริงที่งดงามในแบบของเขา เดินไปดูให้เห็นคนอัมพวาแท้ๆ เขาคุยกัน จะพบความเรียบง่าย ทว่าน่ารัก คงได้เวลาแล้ว ซื้อสิ่งของที่คิดว่าควรซื้อกลับบ้าน ไม่ชอบก็ไม่ต้องซื้อ แค่เรามาเที่ยวเฉยๆ มาทานอาหาร มาล่องเรือ แค่นี้เราก็ช่วยชาติและชาวบ้านพอสมควรแล้ว

การเดินทาง 

รถยนต์ส่วนตัว

  • เส้นทางที่ 1 ตั้งต้นที่ถนนพระราม 2 (หมายเลข 35) เมื่อเลยสมุทรสาครมาจะเจอป้ายทางเข้าตลาดน้ำอัมพวาหรือจะวิ่งเข้าถนน 325 ผ่านตัวเมือง แม่กลองก็ได้ วิ่งตามถนน 325 ก่อนถึงอัมพวาจะพบป้ายทางเข้าวัดภุมรินทร์ ปากทางเข้านี้จะมีป้อมตำรวจตั้งอยู่ วิ่งไปเรื่อยๆ จะพบวัดภุมรินทร์ก่อน เลยไปจะเป็นวัดบางนางลี้ เลือกจอดรถได้ทั้งสองวัด หรือถ้าจะวิ่งตรงเข้าตังอัมพวาก็ได้ แต่รถอาจติดและหาที่จอดรถลำบาก
  • เส้นทางที่ 2 วิ่งตามถนนเพชรเกษม (หมายเลข 4) ผ่านตัวเมืองนครปฐม จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 325 ผ่าน อ.ดำเนินสะดวก ไม่ต้องเข้าอัมพวา แต่ให้สังเกตป้อมตำรวจทางขวามือที่มีป้ายทางเข้าวัดภุมรินทร์ เข้าถนนสายนี้จะพบวัดภุมรินทร์ก่อน เลยไปจะเป็นวัดบางนางลี่ เลือกจอดรถได้ทั้งสองวัด หรือถ้าจะวิ่งตรงเข้าตัวอัมพวาก็ได้ แต่รถอาจติดและหาที่จอดรถลำบาก

รถประจำทาง : จากสายใต้ใหม่นั่งรถประจำทางกรุงเทพฯ-แม่กลอง-อัมพวา-ดำเนินสะดวก สาย 996 มาลงที่ตลาดน้ำอัมพวา หรือจากสายใต้ใหม่ นั่งรถกรุงเทพฯ-แม่กลอง มาลงที่แม่กลอง แล้วต่อรถสองแถวมาอัมพวา

รถตู้ : นั่งรถตู้สายอนุสาวรีย์ชัยฯ-อัมพวา บริเวณห้างเซ็นจูรี่ (ใต้ BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ) มาลงที่อัมพวา นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์มาลงแม่กลอง แล้วต่อรถสองแถวมาที่ตลาดน้ำอัมพวาได้เลย

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial